ข่าวสั้น

Tim Cook อธิบาย iPhone ยอดขายตก 15% ต้นเหตุราคาแพงจากค่าเงินผันผวน

ภายหลังจากการออกแถลงข่าวผลประกอบการไตรมาสสำคัญของ Apple ระหว่างส่วนตุลาคมถึงธันวาคม 2018 ที่นับเป็นไตรมาสแรกการเงินแรกของบริษัทประจำปีปฏิทินปี 2019 โดยประกาศรายได้ออกมาที่ 8.43 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กำไร 1.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่ลดลงเล็กน้อยไปแล้วนั้น ก็ส่วนน่าสนใจจากช่วงถามตอบกับบรรดานักวิเคราะห์ที่เข้ารับฟังการแถลงข่าวมาเป็นประเด็นให้พูดถึงกัน เมื่อ Steve Milunovich ยกประเด็นในเรื่องราคาขึ้นมา ถามว่า Apple กำลังตั้งราคา iPhone แพงเกินไปหรือไม่

โดยหากเลือกเอาคำตอบสั้นๆ ฉีกซองต้มน้ำร้อนกินได้ ทาง Tim Cook ก็ตอบว่า ราคาก็เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบให้ยอดขาย iPhone หดตัวมากถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งบริษัทวางแผนที่จะกระตุ้นยอดขายด้วยโครงการเครื่องเก่าแลกซื้อใหม่ รวมไปถึงอำนวยความสะดวกด้วยบริการแผนการเงิน เพื่อฟื้นฟูยอดขายไตรมาสถัดไป แต่ปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาวางจำหน่ายของ iPhone ที่แพงขึ้นมากนั้น เป็นผลมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน โดยเฉพาะกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่ที่ค่าเงินสวนทางกับดอลลาร์อย่างมาก ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ทำให้สอดคล้องเหมาะสม

และอีกหนึ่งปัจจัยประกอบที่มีความสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้กัน คือ แพ็คเกจการอุดหนุนราคาของเครือข่ายโทรศัพท์ในกลุ่มตลาดประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อครั้งล่าสุดเมื่อปี 2014 คือ iPhone 6 หรือถึงปี 2016 ในรุ่น iPhone 7 ราคาที่จ่ายอาจจะเริ่มต้นเพียง 199 เหรียญสหรัฐ แต่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศํพท์จำนวนมากยกเลิกการอุดหนุนราคาดังกล่าวไป ทำให้ลูกค้าเห็นว่าการซื้อหรืออัพเกรด iPhone เครื่องใหม่ในขวบปีที่ผ่านมา ต้องคิดคำนึงในด้านค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ซึ่งชิ่งกระทบไปถึงการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ในราคาพิเศษ ทำให้ได้รับความนิยมเกินความคาดหมาย

ในส่วนของตลาดสหรัฐ เป็นส่วนที่มีความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างราคาน้อยที่สุด โดย Apple เปิดราคา iPhone XS มาแทนช่องว่างเดิม iPhone X ที่ยุติการวางจำหน่าย ส่วนของ iPhone XS Max รุ่นใหม่ตัวท๊อปจ่ายแพงขึ้นหนึ่งร้อยเหรียญ ด้านราคา iPhone XR วางตัวมาในตำแหน่งเดิมของ iPhone 8 / 8 Plus

คณะแกดกวน #teamgadguan

Zenith

"ดิจิตอลสองคม : เขียนเทคโนโลยีเพื่อเรียนรู้จากโลก"