ลองแล้วเล่า

ลองแล้วเล่า Dell S2718D จอมอนิเตอร์ InfinityEdge HDR เปิดมิติใหม่ของหน้าจอไร้ขอบ

บทบาทของหน้าจอแสดงผลสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทุกวันนี้มีความสำคัญขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา การผูกติดอยู่กับหน้าจอขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างตามวาระความเหมาะสมที่จะตอบสนองการใช้งาน เป้าประสงค์ของการใช้งานนั้นย่อมเกิดขึ้นได้หลากหลายตั้งแต่การรับสารสีสันความบันเทิงไปจนถึงการพัฒนาความคิดอ่านและสร้างสรรค์ในทุกรูปแบบ ล้วนมีหน้าจอเข้ามาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งทางคอลัมน์ GadGuan ลองแล้วเล่าของเราวันนี้ ได้รับการสนับสนุนสินค้าให้มาทำการรีวิวบอกเล่าประสบการณ์ใช้งานกันในรุ่น S2718D จากทาง Dell Technologies บริษัทผู้ผลิตสินค้าไอทีและเทคโนโลยีระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา

ซึ่งทางหน้าจอมอนิเตอร์ S2718D ดังกล่าวนี้อาจจะถือว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่เป็นหน้าเป็นตาของบริษัท Dell ได้อยู่เหมือนกัน โดยไปคว้ารางวัลเชิดชูเกียรติด้านนวัตกรรมมาจากเวทีงานจัดแสดงสินค้าระดับโลก Consumer Electronic Show ที่จัดขึ้นในช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมา พร้อมกับสินค้ารุ่นอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งที่นำรางวัลกลับติดไม้ติดมือมาพร้อมกันด้วย ความโดดเด่นของจอมอนิเตอร์รุ่นนี้ที่ต้องพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คงเป็นในส่วนของงานดีไซน์ที่ทาง Dell เรียกว่า InfinityEdge ที่มีความสะดุดตาโฉบเฉี่ยวด้วยความบางของหน้าจอของตัวหน้าจอและรวมไปถึงพื้นที่โดยรอบ ที่ออกแบบมาด้วยจุดมุ่งหมายเน้นไปที่ความบางเป็นพิเศษกว่าจอมอนิเตอร์ทั่วไปในท้องตลาด แม้แต่ภายใต้แบรนด์ Dell ด้วยกันก็อาจจะมีน้อยตัวที่ดีไซน์แสดงออกมาได้ถึงความที่โดดเด่นเสมอเหมือนกัน

นอกจากดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมแล้วคุณสมบัติที่เป็นจุดขายอีกประการหนึ่งของ Dell S2718D นั้นก็คงเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกๆ ของท้องตลาดที่มี การสนับสนุนใช้งานพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C ได้ถูกนำเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานอย่างเราๆ ได้มีความยืดหยุ่นกันมากขึ้นด้วย ในเบื้องต้นนี้พอร์ตรุ่นใหม่ที่ติดตั้งมานี้ สามารถจ่ายไฟ/ชาร์จไฟให้กับคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คได้ (45W) นอกจากนั้นยังมีพอร์ต USB Type-A หัวเชื่อมต่อแบบปกติที่ทำงานด้วยมาตรฐาน 3.0 เช่นเดียวกับ HDMI 2.0 สนับสนุนการแสดงผลวีดีโอ 4K Ultra HD ได้อย่างเต็มรูปแบบ มาให้ได้เลือกใช้งานกันตามความสะดวก และด้วยการที่เน้นความบางตัวจอเป็นพิเศษทำให้มีการปรับตำแหน่งของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ รวมไปถึงสายไฟเลี้ยง AC นั้นได้ถูกจัดสรรเปลี่ยนมาอยู่ที่บริเวณด้านหลังของฐานขาตั้งโลหะขัดเงินทั้งหมด เช่นเดียวกับปุ่มกดปรับการตั้งค่าหน้าจอก็ย้ายมาอยู่ด้านหน้าของตัวฐาน เรียกว่ารุ่นนี้ฉีกแนวไปจากของเดิมๆ อยู่พอสมควร

การทดสอบใช้งานจริงของจอมอนิเตอร์ Dell S2718D เราเลือกใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ Desktop เชื่อมต่อผ่านพอร์ต HDMI 2.0 จัดวางบนโต๊ะทำงานมาตรฐานยาว 120 เซ็นติเมตร ลึก 58 เซ็นติเมตร ตลอดช่วงระยะเวลาการทดสอบประมาณ 2 สัปดาห์ การใช้งานโดยภาพรวมค่อนข้างเป็นไปในทางประทับใจ หน้าจอขนาด 27 นิ้ว ซึ่งขนาดใหญ่ขึ้นกว่าจอที่ใช้งานอยู่เดิม 23 นิ้ว ให้ประสบการณ์ดีกว่า สามารถจัดสรรใช้งานเนื้อที่บนหน้าจอต่างๆ ได้กว้างและครอบคลุมมากกว่าเดิม ในขณะเดียวกันความสว่างระดับ 300 cd/m2 ที่ความละเอียด 1440×2560 พิกเซล เองก็ละเอียดคมชัดน่าประทับใจ การแสดงผลสีสันมีความสดใสดีจัดจ้านพอประมาณ พร้อมรองรับการแสดงผลเฉดสีได้ตามมาตรฐาน sRGB 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการบอกว่าคุณภาพเป็นไปตามราคานั้นก็อาจจะไม่ผิดสักเท่าไหร่นัก นอกจากนั้นแล้วยังสนับสนุนการใช้งานในส่วนของการแสดงผลแบบ High Dynamic Range ในระดับเริ่มต้นมาให้ด้วยเช่นกัน

การจัดสรรพื้นที่ของหน้าจอขนาดใหญ่ 27 นิ้ว ก็ยังมีตัวช่วยเป็นแอปพลิเคชั่น Dell Display Manager ที่ผู้ใช้งานสามารถทำการติดตั้งได้จากการดาวน์โหลดที่ส่วนสนับสนุนในเว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ของ Dell ได้โดยตรง เพื่อการติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุด จุดนี้ทางซอฟท์แวร์ของผู้ผลิตจะสามารถช่วยให้เราปรับการตั้งค่าหน้าจอได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าโปรไฟล์การแสดงสีของหน้าจอสามารถปรับได้ในระบบการใช้งาน นอกจากปกติที่ต้องใช้ปุ่มกดปรับการตั้งค่าที่ติดตั้งอยู่ตำแหน่งฐานขาตั้ง เช่นเดียวกับการปรับแบ่งพื้นที่หน้าจอให้แสดงผลแยกเป็นสองส่วนหรือมากกว่า จากเดิมที่เราต้องปรับรีไซส์ขนาดเบราเซอร์เอง เมื่อสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นของ Dell ระบบจะอำนวยความสะดวกให้เราแทบจะทันที การอ่านเว็บ พิมพ์เอกสาร หรือแบ่งจอรับชมภาพยนต์ก็เป็นเรื่องง่ายแค่คลิก โดยหน้าจอยังมีฟังก์ชั่น Flicker-Free มาตรฐานของจอใหม่ๆ ที่พร้อมทำงานทุกช่วงความสว่างลดอาการปวดหรือสายตาล้าจากการจ้องมองจอได้ดี แม้ว่าจะเป็นจอเคลือบใสสะท้อนแสง

แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกส่วนของ Dell S2718D จะคลิกไปทั้งหมด ซึ่งความไม่ลงตัวนั้นไม่ใช่ข้อบกพร่อง อาจจะเป็นเพียงรูปแบบการใช้งานที่เป็นความไม่สอดคล้องกัน อย่างแรกด้วยดีไซน์ของขาตั้งที่ยึดฐานมาแบบตายตัวด้วยเหตุผลทางด้านดีไซน์นั้น ทำให้กินพื้นที่วางบนโตีะมาเกือบ 20 เซ็นติเมตร แม้ว่าจะวางชิดกำแพงแล้วตรงนี้ทำให้รู้สึกว่าต้องขยับเก้าอี้ห่างออกไปกว่าเดิม เพื่อไม่ให้มองหน้าจอในระยะใกล้เกินไป ทั้งนี้หากใช้งานเป็นจอที่สองสำหรับเครื่องโน็ตบุ๊คอาจจะเข้าขามากกว่านี้ ต่อไปจะเป็นในส่วนของการจัดสายที่แอบยากกว่ารุ่นอื่นที่ตอบสนองในส่วนนี้มาได้ดีแล้ว ความสวยร่วมสมัยเหมือนเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องชิ้นหนึ่งอาจจะจัดสายยากไปนิดนึง แต่ถ้าใช้โต๊ะที่ทำช่องจัดสายไว้ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แก้ปัญหาได้ สุดท้ายแล้วคงเป็นเรื่องจอเคลือบใสสะท้อนที่ได้ภาพสวยจัดจ้าน แต่แลกมีความไม่คุ้นบ้างด้วยใช้จอเคลือบด้านมาเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนการปรับความสว่างเต็มร้อยอาจจะสว่างเกินไป ถ้าเป็นสัก 40-60 ดูว่าจะกำลังดีครับ

สุดท้ายแล้วถ้าไม่ติดขัดเรื่องโต๊ะวางหรือการจัดสภาพแสงในห้องในตำแหน่งที่ดีแล้ว ก็คิดว่าจะเป็นหน้าจอที่มีความยืดหยุ่นในการตอบสนองการใช้งานได้น่าสนใจ ออกจะเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่มที่ใช้งานเป็นจอที่สองของเครื่องโน็ตบุ๊คสมัยใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับพอร์ต USB-C โดยข้อดีแบบสุดๆ เลยของหน้าจอรุ่นนี้อีกประการหนึ่งคือการประกอบที่สำเร็จมาจากโรงงาน แกะกล่องเสียบปลั๊กต่ออแดปเตอร์เปิดจอและพร้อมใช้งานในแทบจะในทันที ไม่ต้องมีการประกอบหรือขันน็อตให้ปวดหัว ทีนี้แหละจะไม่เก่งงานช่างก็มีจอสวยๆ ให้ได้เลือกซื้อกันคราวนี้ งานประกอบโดยก็จัดว่าแน่นแข็งแรงดี จุดหมุนต่างๆ เข้าใจว่าอาจจะผ่านมือมาพอสมควรให้สัมผัสถึงอาการโยกเยกอยู่เล็กน้อยนั้นเข้าใจได้ สินค้าของการันตีให้อุ่นใจกันด้วยการรับประกันที่ส่งตัวใหม่เปลี่ยนถึงที่บ้านนาน 3 ปีเต็ม (On-site Delivery) ทั้งนี้ราคาวางจำหน่ายอาจจะสูงอยู่ในระดับ 2 หมื่นต้นๆ ไปจนถึงกลางๆ ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจการจัดรายการส่งเสริมการขายแจ่ละเจ้าครับ

อันนี้โดนใจเลย
+ เอกลักษณ์ของงานดีไซน์สวยโดดเด่น
+ หน้าจอขนาดใหญ่ สว่างสดใส
+ ความยืดหยุ่นของพอร์ต USB-C
+ ประกอบสำเร็จมาจากโรงงาน

 

อันนี้ยังไม่ค่อยคลิก
-จอเคลือบใสสะท้อน ต้องจัดสภาพแสงให้ดี
– ดีไซน์อาจจะถูกจำกัดด้วยพื้นที่ในบางกรณี

– ราคาขาย ทำให้แอบคิดนานสักนิดนึง
– การปรับองศาจอ ทำได้แค่ก้มเงยพื้นฐาน

คณะแกดกวน #teamgadguan

Zenith

"ดิจิตอลสองคม : เขียนเทคโนโลยีเพื่อเรียนรู้จากโลก"